|
ความสำเร็จของสินค้างานประดิษฐ์หรือที่เรียกกันว่างานแฮนด์เมดนอกจากรูปแบบที่ต้องโดดเด่นการสร้างเอกลักษณ์และชื่อเรียกเฉพาะของตัวเองก็ถือเป็นการสร้างแบรนด์แบบหนึ่งทำให้ลูกค้าจดจำสินค้าได้นอกจากนี้หากรู้จักนำความรู้ที่มีอยู่เป็นทุนเดิมมาปรับใช้พัฒนาต่อยอดก็จะยิ่งดีอย่างเช่นผู้ผลิตงานศิลปะประดิษฐ์จากวัสดุรีไซเคิลที่ทีมช่องทางทำกินมีข้อมูลมานำเสนอกันในวันนี้...
นาวาอากาศตรีปิยะสุวรรณมงคลเจ้าของงานไอเดียเล่าว่าอาชีพหลักคือการรับราชการทหารแต่ด้วยความที่ชอบออกแบบและประดิษฐ์สิ่งของจากเศษวัสดุเหลือใช้จึงอาศัยช่วงที่ว่างจากงานประจำผลิตขึ้นมาโดยมีผู้ช่วยอีกคนคือสมคิดรอดอุทัยก็ช่วยกันผลิตงานขึ้นโดยเริ่มจากการทำเป็นของฝากของที่ระลึกมอบให้เพื่อนและคนรู้จักต่อมาคิดว่าน่าจะพัฒนาเป็นอาชีพเสริมได้จึงเริ่มผลิตงานจริงจังโดยเปิดหน้าร้านและจำหน่ายทางเว็บไซต์ของตัวเองคือwww.thaijunkart.comซึ่งก็ได้รับการตอบรับดี เจ้าของงานบอกอีกว่าตั้งชื่อผลงานในแนวทางนี้ว่าจังค์อาร์ตเพราะวัสดุหรือวัตถุดิบหลักที่นำมาผลิตงานนั้นส่วนใหญ่เป็นวัสดุที่เหลือใช้ที่คนทั่วไปอาจทิ้งเป็นขยะโดยรวบรวมสิ่งของเหลือใช้จากสถานที่ต่างๆซึ่งลูกค้าหลายคนก็มักจะเรียกติดปากว่างานศิลป์จากกองขยะโดยงานแนวนี้ในไทยยังมีไม่มากและตนเองก็มองงานประดิษฐ์แบบนี้ว่าเป็นการผสมผสานขยะรีไซเคิลที่จะช่วยให้โลกสะอาดและสวยงาม ระยะแรกที่ทำชิ้นงานจะเน้นที่วัสดุสังกะสีและอะลูมิเนียมเป็นหลักต่อมาได้ดัดแปลงและเพิ่มวัสดุประเภทเศษไม้เข้าไปเพื่อให้งานดูอ่อนโยนขึ้นโดยสินค้าที่ผลิตขึ้นมีรูปแบบหลากหลายอาทิเครื่องบินโบราณ,กระท่อม,ปลา,กระต่ายซึ่งเรื่องประเภทสินค้านั้นก็สามารถประดิษฐ์เป็นสินค้าต่างๆได้มากมายรวมถึงโคมไฟ,โมบายแขวน,ที่เสียบปากกา,นาฬิกาแขวน,กรงกระต่าย,ที่วางกระถางต้นไม้เป็นต้น หลังจากเปิดหน้าร้านและจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ปรากฏว่ามีลูกค้าให้การตอบรับค่อนข้างดีโดยส่วนใหญ่มองว่าแปลกและมีราคาไม่สูงมากนักลูกค้าจึงมีทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างประเทศโดยสินค้าที่ขายดีจะเป็นเครื่องบินที่ดัดแปลงเป็นสินค้าอื่นๆได้ด้วยทั้งโมบายแขวนและที่วางของตั้งโต๊ะซึ่งระยะแรกจะเน้นที่วัสดุประเภทสังกะสีและอะลูมิเนียมอย่างที่บอกต่อมาจึงเพิ่มวัสดุประเภทไม้เข้าไปเพื่อทำให้งานดูไม่แข็งจนเกินไปส่วนสีที่ใช้ก็จะเน้นที่สีธรรมชาติหรือเน้นสีไม้เป็นหลัก ระยะหลังๆลูกค้าที่เป็นผู้หญิงเริ่มมีเพิ่มขึ้นก็เลยคิดว่าน่าจะทำงานให้ดูซอฟท์ลงมาหน่อยจากงานที่ดูแข็งๆเช่นงานสังกะสีหรืออะลูมิเนียมโดยเพิ่มส่วนประกอบที่เป็นไม้เข้าไปลูกค้าที่มาซื้อส่วนใหญ่จะนำไปเป็นของตกแต่งบ้านและสวนนอกจากนั้นก็เป็นกลุ่มที่ซื้อไปเป็นของฝากของที่ระลึก ทุนเบื้องต้นในการทำงานประเภทนี้ใช้เงินลงทุนประมาณ5,000บาทส่วนใหญ่เป็นค่าเครื่องมือและอุปกรณ์ส่วนทุนวัตถุดิบอยู่ที่ประมาณ30%จากราคาขายซึ่งราคาขายก็เริ่มตั้งแต่ชิ้นละ145บาทไปจนถึง1,200บาทขึ้นกับความยากง่าย วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานช่างและงานไม้ประกอบด้วยเลื่อยฉลุ,เครื่องตัดจิ๊กซอว์,เครื่องเจาะ(หรืออาจใช้สว่านมือแทนก็ได้),เครื่องขัดผิวไม้,กรรไกร ส่วนวัตถุดิบ-วัสดุที่ใช้อาทิ...เศษไม้,กาวร้อน,เชลแล็ก,แล็กเกอร์,ทินเนอร์,กระดาษทราย,น้ำมันสน,อะลูมิเนียม,สังกะสี,ลวด,แหวนนอต,ตะปูและสีสเปรย์ ขั้นตอนการทำเริ่มจากนำวัสดุที่ได้มาทำการตกแต่งขึ้นรูปถ้าทำเครื่องบินก็แบ่งเป็นส่วนที่เป็นใบพัดนำสังกะสีหรืออะลูมิเนียมมาทำการตัดขึ้นรูปเป็นวงกลมจากนั้นใช้กรรไกรตัดแบ่งออกเป็นซี่ๆเพื่อทำเป็นส่วนใบพัดเมื่อตัดเสร็จแล้วให้ดัดส่วนปลายของใบพัดให้โค้งเข้ามุมเล็กน้อยเพื่อที่ใบพัดจะได้กินลมได้ดีขึ้น ในส่วนของลำตัวเครื่องบินนำเศษไม้ที่เตรียมไว้มาทำการขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบจากนั้นทำการเจาะในส่วนบนที่จะใช้เป็นที่นั่งนักบินโดยจะใช้พื้นที่ส่วนนี้เป็นที่เสียบปากกาหรือวางกระถางจากนั้นลงเชลแล็กปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งทำการติดส่วนประกอบอื่นๆเข้ากับลำตัวเครื่องบินอาทิล้อ,ใบพัดแต่ถ้าจะเพิ่มลูกเล่นเพิ่มความเก๋ไก๋ให้สินค้าก็อาจจะนำลวดมาดัดเป็นสปริงและยึดติดเข้ากับลำตัวเครื่องบินและแท่นวางก็ได้ วิธีการทำนั้นไม่ยุ่งยากซับซ้อนเน้นที่ไอเดียจากการออกแบบเป็นหลักโดยยึดจากเศษวัสดุที่หามาได้และทำการดัดแปลงนิดหน่อยให้เข้ากับรูปทรงที่ต้องการเจ้าของงานกล่าวทิ้งท้าย
ใครสนใจจังค์อาร์ตงานศิลปะประดิษฐ์จากเศษวัสดุของเจ้าของไอเดียรายนี้ติดต่อได้ที่โทร.08-1489-7911หรือทางอีเมลko2009.ar@gmail.comซึ่งใครสนใจอยากลงลึกเกี่ยวกับตัวชิ้นงานมากกว่านี้ก็สามารถสอบถามที่เจ้าของผลงานได้โดยตรง.
ศิริโรจน์ ศิริแพทย์
แหล่งที่มา  |