หลังจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หรือ "เอสพี 2" ที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี มี นพ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธาน สรุปผลการสอบสวนระบุข้าราชการ 5 ราย ส่อทุจริตโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์
ต่อมานายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการ สธ. มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยข้าราชการ 5 ราย ประกอบด้วย นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ., นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์, นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์, นพ.สุชาติ เลาบริพัตร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานบริหารสาธารณสุขภูมิภาค (สบภ.) และ นพ.จักรกฤษณ์ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการ สธ.เขต 6 นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองปลัด สธ. แถลงว่า นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการ ก.พ. ประธานสอบวินัย ได้ส่งหนังสือสรุปผลการสอบสวนมายังรัฐมนตรี สธ. เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
1.เห็นควรยุติเรื่อง เพราะไม่มีความผิด 3 ราย คือ นพ.ไพจิตร์ นพ.เรวัต และ นพ.ศุภกิจ
2.เห็นว่ามีผู้ผิดวินัยไม่ร้ายแรง 1 ราย คือ นพ.สุชาติ จากนี้ไปได้มอบอธิบดีกรมการแพทย์พิจารณาบทลงโทษ
3.เห็นว่ากรณีของ นพ.จักรกฤษณ์ ไม่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการสอบสวนฯ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับงบฯเอสพี 2 แต่เป็นของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงควรให้ สธ.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป
ส่วนเหตุผลของกรรมการสอบวินัยนั้นเป็นความลับ แต่ยืนยันว่ามีความครบถ้วนทุกประการ และปฏิบัติตามกฎระเบียบของ ก.พ. ฉบับที่ 18 พ.ศ.2540
นายเรืองรัตน์ บัวสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัด สธ. กล่าวว่า ในส่วนของ นพ.สุชาติ จะมีโทษตั้งแต่การลดเงินเดือน ตัดเงินเดือน หรือภาคทัณฑ์ หากเป็นความผิดเล็กน้อย อาจแค่ว่ากล่าวตักเตือน หรือทัณฑ์บน
ขณะที่ นพ.สุชาติกล่าวว่า น้อมรับการพิจารณาดังกล่าว ส่วนจะมีการฟ้องร้องกลับหรือไม่ยังไม่พิจารณาเรื่องนี้
นพ.จักรกฤษณ์ กล่าวว่า เป็นไปตามที่คิด เพราะที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการไทยเข้มแข็งฯ แต่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯกลับแถลงทำนองว่า มีการกระทำทุจริตอย่างใหญ่โต ทำให้สังคมมองในแง่ลบ
นพ.เรวัตกล่าวว่า ไม่คิดจะฟ้องร้องใคร และพร้อมอโหสิกรรมให้ เนื่องจากเคยชี้แจงถึงความบริสุทธิ์หลายครั้งแล้ว
ด้าน นพ.วิชัย โชควิวัฒน เลขานุการคณะกรรมการสอบสวนชุด นพ.บรรลุ กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวหารือคณะกรรมการ ถึงแนวทางขอรายงานการสอบสวนดังกล่าว ซึ่งควรเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบ ไม่ควรปิดลับ หรืออยู่ในที่มืด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับงบฯมหาศาล
แหล่งที่มา matichon.co.th |