จับตา ครม. "ปู 1"ส่อปรับใหญ่กลางกระแสน้ำท่วมเหตุนายกฯเครียด สั่งงานหลายคนไม่ฟังจนเหมือนทำอยู่คนเดียว “กลาโหม-มหาดไทย” ติดโผ หึ่ง! กระแสปฏิวัติยังไม่หมด ทหารเตรียมยึดอำนาจรัฐบาลเหตุเอาปัญหาน้ำท่วมไม่อยู่ แกนนำ พท.เช็กข่าววุ่น ยังไม่วางใจสถานการณ์ “ปู” พร้อมทาบทาม ปชป.ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม ย้ำต้องเร่งสร้างความมั่นใจกับต่างชาติ ยืนยันที่ร้องไห้ไม่ใช่อ่อนแอแค่อารมณ์พาไป ถอดใจไม่ได้ถูกด่าแน่ อภิปรายงบปี 55 วันที่ 2 ยังเน้นชำแหละงบน้ำท่วม “นิพิฏฐ์” อัดปัญหาเกิดจากรัฐบาลไม่พร่องน้ำเอง “ประชา” ลั่นถ้า ศปภ.ไม่มีน้ำยาแก้น้ำท่วมจริง กทม.จมบาดาล 2 เมตรไปแล้ว พร้อมรับทำงานมีปัญหาบ้างเพราะต้องทำหลายอย่าง แต่ได้ทำดีที่สุดแล้ว พร้อมยืนยันสอบค่าของบริจาค ศปภ.ไม่เจออะไรผิดปกติ ซื้อราคาใกล้เคียง ปชป. เสื้อแดงเพชรบุรีผงาดขึ้นบอร์ด ทอท. เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้นั่งรถเมล์สีครีม-แดง ซึ่งเป็นรถเฉพาะกิจของ ขสมก.ที่จัดไว้บริการประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม จากลานพระบรมรูปทรงม้า ไปยังโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร เพื่อเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย จากนั้นก็ได้นั่งรถเมล์คันเดิม กลับมาร่วมประชุมสภา โดยนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาอุทกภัยว่า ต้องกราบเรียนประชาชนว่า วันนี้ทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เป็นภัยธรรมชาติจริง ๆ จึงต้องขอความเห็นใจ และขอกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ตนก็จะขอทำหน้าที่ให้เต็มที่ และทำให้ประชาชนในทุกพื้นที่เหมือนกัน ไม่มีการแบ่งแยกค่ายหรือสี เรื่องจะมีเกมการเมืองหลังน้ำลดหรือไม่นั้นไม่รู้ แต่ยิ่งลักษณ์เข้ามาไม่ได้เล่นเกมการเมือง มาเพื่อแสดงความจริงใจและหวังว่าประเทศไทยจะมีความจริงใจ เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเชิญพรรคประชาธิปัตย์ กลางเวทีประชุมสภา เพื่อให้มาร่วมกันทำงานและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยินดีอยู่แล้ว วันนี้เราไม่มีทิฐิซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะอย่างไรเราจะทำงานให้ประชาชน การแก้ปัญหาใน กทม.ก็ไม่เคยเลือกเขต เรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำ ต้องทำงานร่วมกันหลาย ๆ ฝ่าย และแม้ตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่ใช่ว่าจะรู้เรื่องน้ำดีทุกอย่าง แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้ถูกทอดทิ้งให้ทำงานเพียงลำพังคนเดียว มีคนช่วย ไม่เช่นนั้นคงแก้ไม่ได้มาถึงขนาดนี้ ทำไมเราไม่มาช่วยกันสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติว่าเราแก้ปัญหาได้ การที่เราต้องเข้าไปช่วยฟื้นฟูและสร้างความเชื่อมั่นให้กับบรรดานิคมอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบในตอนนี้ วงจรเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นที่จะย้อนกลับมาสู่ประเทศไทยจะมีมูลค่ามากมายมหาศาล เมื่อถามว่าคิดว่าหลังจากนี้ไปจะต้องร้องไห้อีกสักกี่ครั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ได้ร้องเพราะความอ่อนแอ ถ้าตนอ่อนแอ คงไม่มานั่งหรือยืนอยู่ตรงนี้ คงถอดใจไปนานแล้ว ประชาชนให้ความหวังและเลือกเรามา พอมาเจอปัญหาแค่นี้แล้วถอดใจก็คงไม่ใช่ ชาวบ้านด่าตายแน่ แต่ที่ร้องเพราะเป็นอารมณ์ร่วมเมื่อเห็นประชาชนเป็นทุกข์ ก็ทนไม่ได้ ใครไม่เจอกับตัวคงไม่รู้ และที่มีข่าวว่า ตนถอดใจถึงขั้นที่จะลาออกแล้วหลายครั้งนั้นก็ไม่จริง ประชาชนเลือกมาจะให้มาถอดใจกันง่าย ๆ ได้อย่างไร แต่ก็ยอมรับว่าตนก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา เจอปัญหาแบบนี้ก็ต้องมีความรู้สึกบ้าง แต่ไม่ถอดใจ แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทยแจ้งว่าในช่วงที่น้ำเริ่มเข้าท่วมปริมณฑลและไหลสู่ กทม. จนต้องย้ายที่ทำการศูนย์ปฏิบัติ การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) จากดอนเมืองไปกระทรวงพลังงานนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ระบายต่อคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดจะขอถอดใจ แต่แล้วก็กลับมาฮึดสู้ขึ้นใหม่ โดยเป็นอยู่อย่างนี้หลายต่อหลายครั้งด้วยกัน และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้โทรศัพท์ไประบายกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นพี่ชายถึงปัญหาการทำงานที่บางครั้งก็รู้สึกท้อเพราะเหมือนทำงานตัวคนเดียว รัฐมนตรีหลายคนสั่งงานแล้วก็ไม่ฟัง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กำลังใจน้องสาวในการอยู่ในตำแหน่งต่อไปและรับปากจะดูเรื่องการปรับ ครม.ให้ เพราะจากการติดตามเห็นตรงกันว่ารัฐมนตรีหลายรายทำงานไม่เป็นที่น่าพอใจ แหล่งข่าวแจ้งว่า การปรับ ครม. “ยิ่งลักษณ์ 1 ” ค่อนข้างมีความชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 5 ธ.ค.นี้ โดยจะเป็นการปรับใหญ่ถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในจำนวนดังกล่าวคาดว่าจะมี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงกระทรวงอุตสาหกรรม ในโควตาของพรรคชาติไทยพัฒนารวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า หลังจากปรากฏข่าวว่านายทหารระดับสูงในกองทัพประเมินว่านายกรัฐมนตรีสอบตกในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ปรากฏช่วงดึกของวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมาเกิดข่าวลือสะพัดว่า ทหารเตรียมการยึดอำนาจรัฐบาล โดยอ้างเหตุความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ขณะเดียวกัน ได้มีความเคลื่อนไหวผิดปกติในระดับกองพันซึ่งเป็นหน่วยคุมกำลังหลัก ทำให้แกนนำพรรคเพื่อไทยหลายราย โดยเฉพาะแกนนำสำคัญที่เป็นสมาชิกบ้านเลขที่ 111 เกิดความวิตกกังวล และได้โทรศัพท์เช็กความเคลื่อน ไหวของฝ่ายทหารกลางดึก แม้ได้รับการปฏิเสธข่าว แต่จนถึงขณะนี้แกนนำกลุ่มดังกล่าวก็ยังไม่ไว้วางใจในสถานการณ์ วันเดียวกัน ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นงบประมาณจำนวน 2.3 ล้านล้านบาท ในวาระแรกเป็นวันที่ 2 โดยการอภิปรายยังเน้นพูดถึงการจัดทำงบประมาณในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และเรียกร้องให้รัฐบาลตัดงบโครงการประชานิยมบางส่วนเพื่อนำไปใช้ฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า มีความจำเป็นมากที่สภาต้องรู้ว่าเงิน1.2 แสนล้านบาท ในงบกลางที่จัดสรรเพื่อฟื้นฟูหลังน้ำลด มีรายละเอียดอะไรบ้าง นอกจากนี้ ยังต้องการทราบว่าเงินงบประมาณปี 2555 ที่รัฐบาลใช้ล่วงหน้าไปแล้วตั้งแต่เดือน ต.ค. ก่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 55 มีรายการใช้จ่ายอะไรไปบ้างเกี่ยวกับน้ำท่วม เพราะรัฐบาลไม่เคยชี้แจงเรื่องการใช้เงิน ที่สำคัญหลังน้ำลดปัญหาที่ตามมาจะหนักหนา ทั้งโรคระบาด ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจปากท้อง จนอาจเกิดจลาจลได้ นโยบายที่ไม่จำเป็นจึงต้องทบทวน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเรื่องปัญหาน้ำท่วมว่าในวันที่ 5 ส.ค.อำนาจไปอยู่ในมือรัฐบาลปัจจุบันแล้ว ซึ่งขณะนั้น ระดับน้ำใน 3 เขื่อน คือภูมิพล ป่าสักชลสิทธิ์ สิริกิติ์ ยังไม่ผิดปกติ ซึ่งหากเกิดอะไรรัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้ จังหวะที่ต้องระบายน้ำคือหลังวันที่ 7 ส.ค. ถ้าเลยไปเดือน ก.ย.จะทำไม่ได้ เท่ากับรัฐบาลบริหารความเสี่ยงผิดพลาด และขอให้ดูเฟซบุ๊ก นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ที่แสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่ 28 ต.ค.บอกว่า อุปสรรคจัดการน้ำในปีนี้ เกิดจากก่อนหน้าฝนมีการพร่องน้ำในเขื่อนใหญ่ ๆ น้อยเกินไป ซึ่งสาเหตุคือ ที่ผ่านมาต้องเก็บน้ำไว้สำหรับการปลูกข้าว 3 ครั้งต่อปี แต่หากเปลี่ยนปฏิทินการปลูกข้าวให้เหลือเพียง 2 ครั้ง เดือน พ.ย.-ก.ค. แล้วปล่อยให้พื้นนาว่างเปล่า เดือน ส.ค.-ต.ค. ก็น่าจะสามารถพร่องน้ำในเขื่อนได้มากขึ้น พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศปภ. ชี้แจงว่า รัฐบาลได้เริ่มทำงาน เมื่อวันที่ 25 ส.ค. น้ำก็ท่วมแล้ว แต่น้ำมีปริมาณมากจึงทำความเดือดร้อนให้ประชาชนหลายพื้นที่ ที่บอกว่าทำไมรัฐบาลไม่เอาคนรู้เรื่องน้ำมาบริหารจัดการ เป็นการมองแค่มิติเดียว แต่ยอมรับว่า การทำงานหลายส่วนผิดพลาดบกพร่องมากเหมือนกัน เพราะไหนจะรบกับสถานการณ์น้ำ ไหนจะช่วยพี่น้องประชาชน อีกทั้งประชาชนมีความแตกต่างทางความคิด ทำให้การปิดเปิดประตูระบายน้ำไม่เป็นไปตามแผน เราได้ทำดีที่สุดแล้ว ที่บอกว่ารัฐบาลไม่มีน้ำยานั้น ถ้าเราไม่มีน้ำยาเลย ตอนนี้น้ำคงท่วม กทม. ไม่ต่ำกว่า 2 เมตรแล้ว แต่ขณะนี้เราชะลอน้ำไม่ให้เข้าดินแดง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยทำแนวบิ๊กแบ็กยาวกว่า 20 กม. ชะลอน้ำไว้เพื่อให้ กทม.ใช้ระบบระบายน้ำออกแม่น้ำเจ้าพระยาให้ทันการ เราจะพยายามสุดความสามารถรักษาพื้นที่กทม.ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 30 เขต สำหรับความคืบหน้าเรื่องการตรวจสอบราคาถุงบริจาค ศปภ. พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ล่าสุดคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีจัดซื้อถุงยังชีพที่มีนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานได้สรุปรายงานมาให้ทราบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ถุงยังชีพมีหลายขนาด ซึ่งผู้จัดซื้อมีเพียงสำนักนายกรัฐมนตรีและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศปภ.ยังไม่ได้จัดซื้อแม้แต่ถุงเดียว ศปภ.มีหน้าที่แค่นำไปแจกจ่าย และการจัดซื้อของช่วย น้ำท่วมตามที่ ปภ.เสนอราคาขึ้นมา ตนตรวจสอบแล้ว ก็ปรากฏว่าสิ่งของที่จัดซื้อทั้งหมด อยู่ในมาตรฐานที่ไม่ต่างกับสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ซื้อในปี 2553 อาทิ เรือไฟเบอร์สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ซื้อมาในราคา 4,000 บาท ส่วนศปภ.ซื้อมาในราคา 3,950 บาท ยังไม่แพงเกินกว่ามาตรฐานเดิม ก่อนจะอนุมัติการจัดซื่อสิ่งของใด ตนจะนำทั้งราคา มาตรฐาน และที่มาในอดีตมาเปรียบเทียบ นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนทราบว่า ศปภ.ได้จ่ายเงินสนับสนุนผ่านมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อเอาไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่มีอันหนึ่งที่ตนติดใจมากคือการจ่ายเงินผ่านมูลนิธิกระจกเงาถึง 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลนิธิของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดง อยากถามว่ามูลนิธินี้เหมาะสมอย่างไรจึงได้เงินจำนวนดังกล่าวขอให้ชี้แจง อย่าทำให้คนรู้สึกว่าเอาเงินของเขาไปให้พรรคพวกผ่านตอนชุลมุนเรื่องน้ำท่วม สำหรับการเมืองอื่น แหล่งข่าวจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในการประชุม ทอท.วันที่ 11พ.ย.นี้จะมีการเสนอชื่อกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ลาออก ประกอบด้วย นางจันทิมา ศิริแสงทักษิณ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพากร นางพรทิพย์ ปักษานนท์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เพชรบุรี ซึ่งเป็นผู้ส่งอีเมลข่มขู่นักข่าวช่อง 7 ที่ตั้งคำถามจนนายกรัฐมนตรีไม่ยอมตอบ และนายธานินทร์ อังสุวะรังสี กรรมการผู้จัดการบริษัทแมคไทย จำกัด ซึ่งมีข่าวว่า รายชื่อนี้ เสนอโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์เอง.
|